ประวัติถ้วยฟุตบอลโลก

ประวัติถ้วยฟุตบอลโลก ถ้วยฟุตบอลโลก เป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะทีมต่างๆต่อสู้เพื่อพิสูจน์ฝีมือและศักดิ์ศรีของประเทศ ถ้วยนี้มีน้ำหนักถึง 4,970 กรัม ทำด้วยทองแท้ 18 กะรัต สูง  36 เซนติเมตร เรียกว่าถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ (FIFA World Cup Trophy) ออก แบบโดยประติมากรรมชาวอิตาเลียน ซิลวิโอ กาซซานิ ก้า ในปีค.ศ. 1971 โดยเส้นของรูป ปั้นบิดขึ้นมาจากฐาน เป็นรูปนักกีฬาสองคนยืนหันหลังยกโลก ดูมีพลังคลื่อนไหวในตัวเพื่อเป็นจังหวะแห่งการฉลองชัยชนะ

ถ้วยเวิลด์คัพ ใบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในการแข่งขันปีค.ศ.1974 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ และเยอรมนีก็คว้าถ้วยใบนี้สำเร็จครอบครองไว้นาน 4 ปี  แต่ ถ้วยฟีฟ่าไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ถือว่าถ้วยนี้จะต้องอยู่ถาวรกับฟีฟ่า ผู้ชนะจะได้รับถ้วยจำลองที่ทำจากทองผสม ส่วนที่ฐานซึ่งมีแหวนคาดสองเส้น มีพื้นที่ไว้สลักชื่อผู้ชนะ 17 ช่อง ซึ่งเมื่อถึงปีค.ศ.2038 ชื่อก็จะเต็มช่องเหล่านี้ จากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ฟีฟ่าก็คงต้องปรึกษากัน

ถ้วย “จูลส์ ริเมท์” มีชื่อเริ่มแรกว่า “วิคตอรี่” แต่มีการเปลี่ยนชื่อในเวลาต่อมาเมื่อเป็นเกียรติให้แก่อดีตประธานฟีฟ่าคนที่ 3 นาย จูลส์ ริเมท์ ลักษณะของถ้วยใบนี้มีความสูง 35 เซนติเมตร หนัก 3.8 กิโลกรัม ทำด้วยแร่เงินชุบด้วยทองคำบริสุทธิ์ หล่อขึ้นเป็นรูปเทพธิดาแห่งชัยชนะ (ไนกิ) มีปีกอยู่ด้านหลังพร้อมชูถ้วยอยู่เหนือศีรษะ ที่ฐานของถ้วยเดิมทีประดับด้วยหินอ่อนแต่ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นหินประดับสีฟ้าที่เรียกว่า “ไพฑูรย์” โดยชาติแรกที่ได้ครอบครองถ้วยใบนี้คือประเทศอุรุกวัย แชมป์ฟุตบอลโลกปี 1930  

ที่ฐานของถ้วยจะมีการแกะสลักคำว่า “FIFA World Cup” ขนาดที่มองเห็นได้ชัด ส่วนที่ด้านใต้ของถ้วยจะมีการสลักชื่อประเทศที่คว้าแชมป์โลกในแต่ละทัวร์นาเมนต์เรียงกันไว้ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองไม่เห็นหากว่าถ้วยถูกวางอยู่ในลักษณะแนวตั้ง อย่างไรก็ตามคาดว่าพื้นที่ใต้ฐานจะถูกสลักจนเต็มในไม่ช้าและอาจจะต้องยกเลิกการใช้ถ้วยใบนี้ ทว่าความชัดเจนในเรื่องนี้ยังไม่มากนัก ทำให้ถ้วย “FIFA World Cup” จะยังคงเป็นถ้วยรางวัลของแชมป์ฟุตบอลโลกไปจนถึงปี 2038 และตามข้อบังคับของฟีฟ่ากำหนดไว้ว่าไม่มีทีมไหนที่มีสิทธิ์ครอบครองถ้วยใบนี้ แชมป์ของแต่ละทัวร์นาเมนต์จะได้ “ถ้วยทำเหมือน” ที่ด้านนอกชุบด้วยทองคำมากกว่าจะเป็นของจริงที่สร้างด้วยทองคำแท้ทั้งใบ